จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562

หนังกลางแปลงแก้บนพระนคร

 
ราคาจ้างหนังกลางแปลงพระนคร
พระนครหนังกลางแปลงแก้บนราคา
พระนครเช่าหนังกลางแปลงราคา
ราคาหนังกลางแปลงพระนคร

                ติดต่อจ้างหนังกลางแปลง

 
แบ่งประเภทหนังเป็น 2 แบบ คือหนังเร่ที่เก็บเงินผู้ชม และหนังกลางแปลงที่เจ้าภาพจ้างเหมาให้คนดูฟรีหนังกลางแปลงพระนคร ถือเป็นมหรสพกลางแจ้งที่เป็นศูนย์รวมสิ่งต่างๆ งานบุญ งานวัด ประเพณีต่างๆ ตลอดจนการพบปะสังสรรค์ หรือกระทั่ง 
กิจกรรมยามค่ำคืน เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเงิน เวลาและโอกาสการเข้าถึงการดูหนังในโรงภาพยนตร์
 อีกทั้งโรงหนังทั่วไป ก็กระจุกตัวอยู่ในเขตตัวเมืองต่าง ๆ 

 
“เมื่อก่อนแก้บนเจ้า (ศาลเจ้า-เทพเจ้า) ต้องใช้งิ้ว เมื่องิ้วหายาก และราคาจ้างสูงมาก จึงเอาหนังกลางแปลงไปใช้แทน คือ จะเริ่มด้วยการฉายหนังจีนเทพเจ้าก่อนเป็นธรรมเนียม คล้ายกับหนังกลางแปลงคัดย่องิ้วมาอยู่ในจอ” เธอเล่าวัฒนธรรมหนังกลางแปลงที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน

 
“สมัยก่อนหนังกลางแปลงเคยเป็นมหรสพที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตแบบไทย แต่จากการวิจัยพบว่า ปัจจุบันมีการว่าจ้างหนังกลางแปลงในแต่ละภูมิภาคที่ต่างไปจากเดิม 
กล่าวคือ ในภาคเหนือที่โดดเด่นคือ งานบุญปอยหลวง ส่วนภาคอีสานได้แก่งานบุญแจกข้าว และงานแก้บน ภาคตะวันออกพบหนังกลางแปลง ในงานแก้บนที่เกี่ยวกับการค้าขายพืชสวนผลไม้ ส่วนภาคใต้ไม่ปรากฏการจ้างหนังไปในงานสวดอภิธรรมอย่างในอดีต แต่เป็นการใช้เพื่อแก้บนศาลเจ้ามากที่สุด”

 
หนังกลางแปลงเริ่มเฟื่องฟูขึ้น ในช่วงสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตกลายเป็นประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของโลก แต่ด้วยชุดอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน โดยสหรัฐอเมริกายึดนโยบายเสรีนิยมประชาธิปไตยซึ่งตรงข้ามกับสหภาพโซเวียตที่ยึดอุดมการณ์สังคมนิยม แต่ละค่ายต่างพยายามแผ่ขยายอิทธิพลของตนเข้าสู่ประเทศต่างๆ โดยให้ความช่วยเหลือและพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและการทหาร ในช่วงระยะเวลานี้สหรัฐอเมริกามุ่งหวังให้ไทยเป็น “ป้อมปราการต่อต้านคอมมิวนิสต์” จึงให้ความช่วยเหลือทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการทหาร
ส่งผลให้หนังกลางแปลงกลายเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ภาครัฐและภาคเอกชนต่างใช้เพื่อประชาสัมพันธ์ตนเอง โดยจะเห็นได้จาก หน่วยเคลื่อนที่ประชาสัมพันธ์ที่โฆษณาข่าวสารจากรัฐและหนังขายยาที่โฆษณาและขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทตามหมู่บ้าน และจังหวัดต่างๆ เป็นต้น



เวทีเครื่องเสียง รับจัดเลี้ยง รับจัดอีเว้นท์ เต็นท์ติดแอร์ ให้เช่าเครื่องเสียง รับจัดงานออกบูธ จัดงาน Eventทุกรูปแบบ เช่าเต็นท์ติดแอร์ จัดโต๊ะจีนงานแต่ง งานรื่นเริง 
งานเลี้ยงสังสรรค์ ชมผลงานของเรา
                   ติดต่อสอบถาม  


หนังกลางแปลงแก้บนพระนคร
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนกรุงเกษม
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนข้าวสาร
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนจักรเพชร
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนเจ้าฟ้า
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนเจริญกรุง
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนดินสอ
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนตรีเพชร
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนตานี
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนตะนาว
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนตีทอง
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนบ้านหม้อ
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนบำรุงเมือง
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนประชาธิปไตย
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนพระพิทักษ์
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนพระจันทร์
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนพระพิพิธ
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนพระสุเมรุ
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนพระอาทิตย์
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนพาหุรัด
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนเฟื่องนคร
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนมหรรณพ
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนมหาไชย
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนมหาราช
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนราชินี
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนราชดำเนินใน ราชดำเนินกลาง และราชดำเนินนอก
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนวิสุทธิกษัตริย์
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนศิริพงษ์
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนสนามไชย
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนสิบสามห้าง
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนสามเสน
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนหน้าพระธาตุ
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนหน้าพระลาน
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนหลวง
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนอุณากรรณ์
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนอัษฎางค์
หนังกลางแปลงแก้บน ถนนบูรพา

วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2562

เกษตรกรเมืองตรังปลูก ‘เมล่อน’ ใช้เทคนิคแกะสลักชื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม




เกษตรกรเมืองตรังปลูก ‘เมล่อน’ ใช้เทคนิคแกะสลักชื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเกษตรกรเมืองตรังปลูก ‘เมล่อน’ ใช้เทคนิคแกะสลักชื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม รายได้เกือบ 1 แสนบาทต่อรอบการปลูก

   วันที่ 20 เม.ย. 60 ที่สวนสุนทรฟาร์มเมล่อน บ้านเลขที่ 61 บ้านควนเทียม ม.4 ต.ควนเมา อ.รัษฎา จ.ตรัง ลุงสุนทร เอี่ยมอักษร อายุ 68 ปี ใช้พื้นที่บริเวณที่ว่างข้างบ้านใช้พื้นที่จำนวน 6 คูณ 24 เมตร ทำโรงเรือนเพื่อใช้ในการปลูกต้นเมล่อน จำนวน 286 ต้น
        ซึ่งการดูแลผลเมล่อน จะไม่มีสารเคมีใดๆ สามารถตัดจากต้นก็บริโภคได้เลย ไม่ต้องล้างหรือแช่น้ำยาใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากการรันตีตัวเองได้เป็นอย่างดีว่าปลอดสารพิษ 100 เปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน โดยจะใช้เวลาจนถึงเก็บผลผลิตประมาณ 70 – 75 วัน มีน้ำหนักเฉลี่ย ผลเมล่อน 1 ลูก ประมาณ 3 กิโลกรัม จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 90 บาท ตกลูกละประมาณ 270 บาทขึ้นไป และหากลูกค้าที่สนใจสั่งจองแกะสลักชื่อลงบนผลเมล่อน จะคิดค่าบริการแกะสลักชื่อลูกละ 200 บาท ซึ่งรวมกับราคาของน้ำหนักผลเมล่อนแล้ว ราคาผลเมล่อนตกลูกละประมาณ 500 บาท
  โดยทางเกษตรกรได้ใช้เทคนิคแกะสลักชื่อลงบนผลเมล่อน เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรเอง โดยมียอดสั่งจองเป็นจำนวนมาก มีหลากหลายอาชีพทั้งในจังหวัดตรัง และต่างจังหวัด อาทิเช่น เขียนว่า “ทวี ส.ส.ตรัง” “PLE” “SOMBOON” “FOCUS”เป็นต้น ส่วนผลเมล่อนที่ไม่ได้แกะสลักจะนำมาจำหน่ายหน้าฟาร์มเมล่อน และส่งให้กับลูกค้าที่สั่งจองไว้ทางไลน์บ้าง ทางเฟสบุ๊คบ้าง ทางโทรศัพท์บ้าง จากพื้นที่ต่างๆ ทั้งในจังหวัดตรัง จังหวัดใกล้เคียง และจังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี
    นอกจากนี้การปลูกเมล่อน ใช้เทคนิคแกะสลักชื่อ เป็นลวดลายต่างๆ โดยเริ่มปลูกและผสมเกสรประมาณ 35 วัน เมื่อออกผลเล็ก ประมาณ 10 วัน ก็เริ่มแกะสลักซื่อ ลวดลาย ตามแบบที่ต้องการ และตามคำสั่งซื้อของลูกค้าที่จอง เมื่อเมล่อนโตเต็มที่จะมีลวดลายบนผิวตามที่แกะสลักไว้
   นอกจากนี้ปัจจุบันประชาชนนิยมหันมารักสุขภาพและเน้นไปทางด้านอาหารที่ลดน้ำหนัก คนรักสุขภาพมากขึ้น จนเมล่อนกลายเป็นผลไม้ที่มีความต้องการทางตลาดค่อนข้างสูงเนื่องจากเมล่อนมีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ในปริมาณสูง มีวิตามินซี วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก ไม่มีไขมันและคอเลสเตอรอล อีกทั้งแคลอรี่ต่ำ จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
        ทางด้านนายสนุทร เอี่ยมอักษร อายุ 68 ปี เกษตรกรสวนเมล่อน กล่าวว่า จากเมล่อนรุ่นแรก ที่ได้ปลูกไป 176 ต้น และรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 2 ได้ปลูกไป 286 ต้น ผลตอบรับในขณะนี้นับว่าเป็นที่พอใจเป็นอย่างมาก หากเทียบกับรุ่นก่อน การปลูกเมล่อนรุ่นนี้ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ความรู้ที่ได้จากประสบการณ์พอสมควร ปัญหาเล็กๆน้อยๆ พอที่จะแก้ไขได้ด้วยตนเอง แต่หากตรงไหนที่เกิดปัญหาแก้ไม่ได้ก็จะต้องอาศัยสถาบันส่งเสริมและพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อการส่งออก ที่เกี่ยวกับส่งเสริมการเกษตร มาช่วยแก้
   ส่วนราคาขายเมล่อนหน้าฟาร์ม อยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 90 บาท 1 ลูก ราคาไม่ต่ำกว่า 200 บาท ซึ่งหากลูกเมล่อนโตเต็มที่จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 2.8 – 4 กิโลกรัม มียอดสั่งจองเยอะและสั่งเขียนชื่อไว้หลายๆ ลูก เพื่อนำไปเป็นของขวัญของฝาก มีรับออเดอร์ทางไลน์ มาจาก จ.นครปฐม จ.ราชบุรี สำหรับเมล่อนรสชาติและผล จะออกหวานอมเปรี้ยว ลูกโตสวยเต็มที่ และเป็นผลไม้ด้านสุขภาพ
   ทั้งนี้ยังมีการต่อยอดที่จะทำเป็นศูนย์เรียนรู้เรื่องการปลูกเมล่อนให้แก่ผู้ที่สนใจอยากทำอยากเรียนรู้ ตนยินดีและเต็มใจที่จะถ่ายทอดวิชาให้อีกด้วย เข้ามาจองผลเมล่อนด้วยการสลักชื่อ และวาดรูปลงไปบนผิวเมล่อนให้เป็นลวดลายตามที่ลูกค้าต้องการคิดค่าบริการแกะสลักชื่อในราคาลูก 200 บาท ส่วนผลเมล่อนจะขายในราคากิโลกรัมละ 90 บาท ได้มีลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมและจับจองผลเมล่อน
   พร้อมทั้งยินดีให้คำปรึกษา สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะปลูกเมล่อนอย่างไม่หวงวิชาอีกด้วย ส่วนทิศทางการปลูกเมล่อนยังไปได้ดี เพราะเป็นอาหารสำหรับคนรักสุขภาพและค่านิยมตอนนี้มากพอสมควร ส่วนรายได้ในรอบการปลูกครั้งนี้ในระยะเวลา 70-75วัน ประมาณ 286 ลูก คิดเป็นเงินประมาณ 80,000 บาท ซึ่งยังไม่คิดรวมค่าบริการแกะสลักชื่อบนผลเมล่อน ซึ่งมียอดสั่งแกะสลักกว่า 100 ลูก และหากผู้ใดสนใจปลูกและปรึกษาเกี่ยวกับการปลูกเมล่อนสามารถโทรสอบถามได้ที่ 088-5867031 คุณลุงสุนทร เอี่ยมอักษร

‘เคพกูสเบอร์รี่’ พืชเสริมทางเลือกอายุสั้นราคาดี สรรพคุณเพียบ!!






โครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูก ‘เคพกูสเบอร์รี่’ ออกจำหน่าย เป็นพืชอายุสั้นและราคาดี สรรพคุณเพียบ!!

วันที่ 9 ม.ค.61 นางสั่ว แซ่กู อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 188 หมู่ที่ 7 ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา เกษตรที่ปลูกเคพกูสเบอร์รี่ พาผู้สื่อข่าวเข้าชม แปลงปลูกเคพกูสเบอร์รี่ ที่ปลูกไว้ประมาณ 400 ต้น ซึ่งเป็นพืชผักที่เป็นลักษณะผลไม้ ของพวกเขาที่ปลูกทางโครงการหลวงปังค่าได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไว้ เพื่อจำหน่าย โดยเคพกูสเบอร์รี่ ดังกล่าว ถือเป็นพืชชนิดหนึ่งที่เป็นที่ต้องการของตลาด และจำหน่ายได้ในราคาที่สูง ประกอบเป็นพืชอายุสั้น ทำรายได้รวดเร็ว จึงเริ่มมีผู้สนใจปลูกกันเป็นจำนวนมาก
โดยนางสั่ว เกษตรที่ปลูกเคพกูสเบอร์รี่ ระบุว่า ตนเองปลูกเคพกูสเบอร์รี่จำนวนประมาณ 400 ต้น โดยจะใช้ระยะเวลาในการปลูกประมาณ 2.5 เดือน จึงจะสามารถเก็บผลผลิตได้ ซึ่งจะจำหน่ายให้กับโครงการหลวง ซึ่งในปีนี้ผลผลิตก็ใช้ได้ โดยจะจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 80-100 บาท สำหรับไซร์ เกรด a โยในแต่ละรอบจะสามารถจำหน่ายได้ต่อรอบการผลิตก็ประมาณ 1 แสนกว่าบาท ซึ่งถือเป็นรายได้ที่ดี
   สำหรับการส่งเสริมการปลูกเคพกูสเบอร์รี่ นั้น ทางโครงการหลวงปังค่า ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา ได้ทำการเพาะเมล็ดพันธ์ และส่งให้เกษตรกร ทำการปลูก ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรที่ร่วมโครงการ และทำการปลูกประมาณ 15 ราย ประมาณรายละ 1 ไร่ ซึ่งในแต่ละต้นจะสามารถให้ผลผลิตกับเกษตรกรได้เฉลี่ย 3.5 กิโลกรัมต่อต้น และจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 80 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นพืชที่มีอายุสั้น สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่รวดเร็ว และเป็นที่ต้องการของตลาด โดยในช่วงนี้เริ่มจะมีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งตลาดยังมีความต้องการอีกมาก

‘ไก่ซิลค์กี้’ สัตว์เลี้ยงเทรนด์ใหม่สร้างรายได้ครึ่งแสนต่อเดือน!!




‘ไก่ซิลค์กี้’ สัตว์เลี้ยงเทรนด์ใหม่สร้างรายได้ครึ่งแสนต่อเดือน!!
ไก่ซิลค์กี้‘ และ ‘ไก่โปแลนด์‘ เพราะเจ้าไก่ 2 สายพันธุ์นี้เพิ่งเข้ามาในประเทศไทยและนิยมเลี้ยงกันในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา จนนำไปสู่การทำการตลาดเพาะเลี้ยงจนสามารถสร้างรายได้อันน่าทึ่งได้ ในช่วง ‘เกษตรสร้างรายได้‘ ขอพาทุกท่านไปพบกับคุณศักดา บรรพจุลจินดา หรือคุณนิ้ง อายุ 48 ปี เจ้าของฟาร์ม Doxxa House ตั้งอยู่ใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งเปิดเป็นฟาร์มเลี้ยง ‘ไก่ซิลค์กี้’ และ ‘ไก่โปแลนด์’ ส่งขายทั่วประเทศ จากหนุ่มมนุษย์เงินเดือนที่เบื่อกับความจำเจในการทำงานรูปแบบเดิมในออฟฟิศ และอยากให้เวลากับครอบครัวมากขึ้น จึงลองหาสิ่งใหม่ๆ ทำจนเกิดเป็นรายได้

โดยคุณนิ้ง เปิดเผยว่าได้ออกจากงานประจำมาเกือบ 10 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ได้ทำฟาร์มสุนัขพันธุ์ชิวาวา ส่งขายจนสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว จนเมื่อถึงจุดอิ่มตัวจึงหันมาศึกษาเรื่องการเลี้ยงไก่และมุ่งไปที่ ‘ไก่ซิลค์กี้’ และ ‘ไก่โปแลนด์’ ซึ่งเป็นไก่สายพันธุ์ต่างประเทศ และที่โดดเด่นคือสายพันธุ์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนการเลี้ยงก็เหมือนกับเลี้ยงไก่ทั่วไปแต่ต้องเน้นเรื่องความสะอาด ความชื้น และเรื่องของยุง


การนำเข้ามาในช่วงแรกของที่ฟาร์มคุณนิ้ง จะนำเข้ามาแบบพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ มูลค่ารวมค่าขนส่งจากต่างประเทศแล้วกว่า 35,000 บาทเลยทีเดียว แต่ข้อเสียของการนำเข้ามาแบบเป็นตัว จะส่งผลไปถึงตัวไก่เอง เนื่องจากจะต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ ทั้งการกักตรวจโรค ซึ่งกว่าจะถึงมือผู้ซื้อ ไก่อาจได้รับความเสียหายและไม่สมบูรณ์ก็เป็นได้
คุณนิ้งจึงหันมาสั่งแบบ ‘ไข่ไก่’ ซึ่งจะมีความเสียหายน้อยกว่าราคาอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 6,000-7,000 บาท โดยสามารถนำมาฟักด้วยเครื่องอบเองได้ เนื่องจากช่วงที่ขนส่งมานั้นอุณหภูมิจากที่อเมริกาจะค่อนข้างเย็น เชื้อในไข่จึงยังไม่มีการเดิน ฉะนั้นช่วงเดือนที่ควรเลือกซื้อไข่ไก่นั้นควรเป็นช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. โดยหลังจะได้ไข่ไก่มาแล้วก็นำเข้าตู้อบซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 20-21 วัน ก็จะออกมาเป็นลูกเจี๊ยบ
สำหรับฟาร์มเลี้ยงคุณนิ้งใช้พื้นที่ประมาณ 50 ตารางวา จะทำเป็นกรงแยกเป็นสัดส่วน มีประตูปิดมิดชิดเพื่อป้องกันสัตว์ร้ายต่างๆ อาทิ งู โดยจะใช้แกลบรองพื้นไว้เพื่อดูดกลิ่นจากมูลไก่ รวมถึงความชื้น ซึ่งจะเปลี่ยนทุกๆ 20 วัน สัดส่วนการเลี้ยงจะเฉลี่ยตัวผู้ 1 ตัวเมีย 5 ปัจจุบันมีไก่ไซส์โตที่อยู่ในฟาร์มประมาณ 60 ตัว
ภายหลังจะการฟักไข่แล้วในช่วง 1-2 วันแรกนั้นลูกเจี๊ยบจะยังไม่กินอาหาร เนื่องจากยังมีถุงอาหารติดตัวมาด้วยพอขึ้นวันที่ 3 ก็จะเริ่มกินอาหารสำเร็จได้แล้วซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอาหารสัตว์ในท้องตลาดทั่วไป โดยส่วนผสมของอาหารไก่จะประกอบไปด้วย รำข้าว ปลาป่น และข้าวโพด หากจะเน้นให้ขนไก่ดีและสวยงามก็เน้นอาหารจำพวกโปรตีนที่ฟาร์มคุณนิ้งจะให้เป็นพวกหนอนนก ในระยะเวลา 1 เดือนหลังจากฟักไข่ ก็สามารถนำจำหน่ายได้แล้ว หากต้องการทำเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์จะใช้เวลาประมาณ 8 เดือนไก่ก็จะเริ่มมีการผสมพันธุ์แล้ว
สำหรับความแตกต่างระหว่าง ‘ไก่ซิลค์กี้’ และ ‘ไก่โปแลนด์’ เจ้าไก่ซิลค์กี้ ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าจุดเด่นเส้นขนของมันจะคล้ายกับเส้นไหม ขนจะปุกปุยตัวกลมๆ ที่ฟาร์มของคุณนิ้งจะมีอยู่ 5 สี อาทิ สีขาว สีดำ สีทอง สีเทา และสีครีม ส่วนไก่โปแลนด์ จะมีลักษณะมีจุกบนหัว มีหลากหลายสี ทั้งสีกระ สีดำ ขนแบบเรียบ และแบบขนกลับ ส่วนเรื่องโรคที่พบจะป่วยเป็น โรคหวัด โรคสีดาษ อหิวาตกโรค ในช่วงฤดูฝนการออกไข่จะน้อยลง เนื่องจากตัวเมียจะผลัดขน สำหรับฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่ออกไข่มากที่สุด
ในส่วนของราคาการซื้อขายนั้นหากเป็นลูกไก่ช่วงอายุ 1 เดือน ไก่ซิลค์กี้ ราคาอยู่ที่ 1,000 บาท ไก่โปแลนด์ ราคาอยู่ 500-2,000 บาท ไก่รุ่น หรือไก่ในช่วงอายุ 3-4 เดือน ราคาจะอยู่ประมาณ 2,500-3,000 บาท และไก่พร้อมผสมจะขายเป็นคู่ คู่ละ 10,000 บาท สามารถสร้างรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท เกือบ 90 % ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าจากต่างจังหวัด มารับโดยตรงถึงหน้าฟาร์ม หรือใช้บริการบริษัทขนส่งไก่โดยเฉพาะ
ใครที่สนใจอยากเลี้ยง หรือสอบถามแนวทางการเพาะเลี้ยง สามารถเดินทางไปได้ที่ฟาร์ม Doxxa House หมู่บ้านมิตรประชาวิลล่า ถ.บางกรวย-ไทรน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่เบอร์ 081-405-2612 (คุณนิ้ง)
  

อาชีพเสริม “เผาถ่านขาย” หลังฤดูทำนา สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย





     ถ่านไม้ ถือเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่เหมาะสำหรับการนำมาก่อไฟประกอบอาหารปิ้ง ย่าง และอื่นๆ อีกมากมาย ถ่านไม้เป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่ทำอาหารประเภทปิ้งย่างขาย หรือร้านหมูกระทะที่จำเป็นต้องใช้เตาถ่านในการประกอบอาชีพก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ถ่านไม้เป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นจึงถือว่าถ่านไม้เป็นอีกหนึ่งสินค้าทำเงิน ที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน
     และวันนี้ ขายอะไรดี จะพาเพื่อนๆ ไปดูอาชีพเสริมหลังฤดูทำนาของเกษตรกรคนหนึ่ง ที่หันมาเผาถ่านขายเพื่อหารายได้เสริมให้กับครอบครัว “คุณลุงเทพ” อาชีพหลักคือเกษตรกรทำนาปลูกข้าว และภายหลังฤดูการทำนาคุณลุงเทพก็จะใช้เวลาว่างเผาถ่านขาย ทำให้คุณลุงมีรายได้เสริมเพื่อนำมาจุนเจือครอบครัวได้ไม่น้อยเลยทีเดียวคะ

13072938_1005914496157497_1744963658_o

เผาถ่านขาย อาชีพเสริมที่น่าสนใจ

คุณลุงเทพ เล่าให้เราฟังว่า เมื่อหมดฤดูทำนา ชาวบ้านหลายคนที่ไม่มีอาชีพเสริมทำก็จะว่างงาน บางคนก็หันไปทำงานที่กรุงเทพฯ หรือบางคนก็หันไปรับจ้างทำอาชีพอื่น แต่คุณลุงเทพก็มีอาชีพเสริมเช่นกัน นั่นคือ การเผาถ่านขายคุณลุงบอกว่า คุณลุงชอบออกไปเก็บไม้ฟืนในป่า ซึ่งต้นไม้ที่นำมาเผาถ่านส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้ที่ตายแล้ว เนื่องจากพายุฝนพัดโค่นต้นไม้จนล้มหรือสาเหตุอื่นๆ ซึ่งคุณลุงก็จะเอารถอีแต๋นออกไปขนไม้มาเผาในเตาดินที่เตรียมไว้
เตาเผาถ่านที่คุณลุงทำ คือ เตาเผาที่ทำมาจากดินเริ่มต้นด้วยการขุดหลุมก่อน แล้วจึงนำดินที่ได้จากการขุดหลุมขึ้นมาผสมน้ำเล็กน้อยให้ดินมีลักษณะเหนียวๆ จากนั้นก็ปั้นให้ได้รูปตามต้องการ คุณลุงบอกว่าเมื่อก่อนนี้ การเผาถ่านทำได้ง่ายมาก เพียงแค่ขุดหลุมตามขนาดที่เราต้องการ จากนั้นก็นำไม้ฟืนลงไปในหลุม นำแกลบมาเทคลุมไม้ฟืนไว้โดยการโรยแกลมไว้บนไม้ฟืนให้ทั่วหลุมเผาถ่าน จากนั้นก็จุดไฟเผา
เตาเผาถ่านที่ปั้นมาจากดิน
เตาเผาถ่านที่ปั้นมาจากดิน
ซึ่งการเผาถ่านแบบนี้มีมานานแล้วแต่การเผาถ่านแบบนี้ต้องใช้เวลานานหลายวัน กว่าไม้ฟืนจะกลายเป็นถ่านก็ประมาณ 3-4 วัน และอีกอย่างคือ หากเราทำเตาเผาประเภทนี้ไว้ใกล้หมู่บ้าน ก็มีความเสี่ยงเป็นอันตรายต่อเด็กๆ ที่ไม่รู้เรื่องเดินมาเหยียบหรือตกหลุมเผาถ่านได้ ต่อมาคุณลุงจึงเปลี่ยนจากหลุมเผาถ่านธรรมดา ให้เป็นเตาดินเผาถ่านแทน เตาดินเผานี้สามารถเผาถ่านได้มากกว่าเตาเผาถ่านแบบเดิม
และยังเผาถ่านได้ผลรวดเร็วกว่าการใช้แกลบเผาอีกด้วย แต่ก็มีหลายคนที่ดัดแปลงเตาเผาถ่านดินให้มีความแข็งแรงมากขึ้น โดยการนำปูนหรืออิฐมอญมาก่อเป็นเตาเผาถ่านแทนการใช้ดินปั้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้เตาเผาถ่านมีขนาดใหญ่และมีความทนทานในการใช้งานนานกว่าเดิม ซึ่งการทำเตาดินเผาด้วยอิฐมอญนี้ไม่จำเป็นต้องขุดหลุมให้ลึก สามารถก่ออิฐมอญขึ้นเป็นรูปทรงกลมได้เลย
ภาพประกอบจาก : www.forest.go.th
ภาพประกอบจาก : www.forest.go.th

วิธีทำเตาดินเผา เพื่อใช้ในการเผาถ่าน

  1. ขุดดินให้ลึกพอประมาณ เอาความลึกตามความต้องการของเรา
  2. นำดินที่ได้จากการขุดหลุม นำมาผสมกับน้ำให้ดินมีลักษณะเนียวๆ จากนั้นก็ปั้นให้เป็นรูปทรงกลมหรือทรงรีตามความต้องการ อย่าลืมเจาะรูเพื่อระบายควันออกจากหลุมด้วย ซึ่งใช้เวลาปั้นเตาดินเผานี้ประมาณ 2-3 วัน
  3. ตากแดดทิ้งไว้ให้แห้ง ประมาณ 2-3 วัน ก็นำไม้ฟืนเข้ามาเผาถ่านได้
หมายเหตุ : เตาดินเผาชนิดนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้แกลบในการเผาถ่าน ซึ่งสามารถนำไม้ฟืนเข้าไปเผาในเตาได้เลย ซึ่งเตาดินเผาประเภทนี้ค่อนข้างมีควันเยอะ จึงไม่เหมาะที่จะทำเตาเผาประเภทนี้ไว้บริเวณหมู่บ้านหรือย่านชุมชน เหมาะที่จะทำไว้บริเวณทุ่งนา หรือพื้นที่ห่างไกลชุมชน
ในปัจจุบันมีเกษตรกรหลายคนหันมายึดอาชีพเผาถ่านขาย จากอาชีพเสริมกลายเป็นอาชีพหลักทำเงินได้ตลอดทั้งปี อาชีพเผาถ่านขาย จึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมของเกษตรกรไทยที่น่าสนใจมากๆ ไม่ต้องลงทุนเยอะ ขอเพียงมีเรี่ยวแรงในการขนไม้ฟืน ซึ่งไม้ฟืนที่นำมาใช้ในการเผาถ่านก็มีหลายประเภท แต่ไม้ฟืนส่วนใหญ่ที่คุณลุงเทพนำมาเผาถ่านก็คือไม้มะม่วง เพราะบริเวณพื้นที่ป่าของจังหวัดนครราชสีมาที่คุณลุงเทพอาศัยอยู่นั้น อุดมไปด้วยพืชผักผลไม้หลากหลายชนิด แต่ต้นมะม่วงจะเป็นต้นไม้ที่หาง่ายที่สุด เพราะมีความแข็งแรงน้อยกว่าต้นไม้อื่นๆ
13072934_1005913732824240_753240120_o
เมื่อมีพายุดพัดแรงๆ ต้นมะม่วงจะหักโค่นง่ายมาก คุณลุงจึงนิยมนำไม้มะม่วงที่ตายแล้วมาเผาถ่าน อีกทั้งยังไม่ต้องไปโค่นต้นไม้ให้เสียสมดุลป่าอีกด้วย เรียกได้ว่าอาชีพเสริมเผาถ่านขาย ไม่ต้องลงทุนด้วยเงิน แต่ต้องใช้แรงงานเป็นทุนในการทำอาชีพนี้คะ ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาซื้อถ่านของคุณลุง ก็คือพ่อค้าแม่ค้าที่ขายหมูปิ้ง ลูกชิ้นปิ้ง ปลาหมึกย่าง รวมไปถึงชาวบ้านในละแวกนั้นก็มาอุดหนุนถ่านไม้ของคุณลุงเช่นกัน เพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงก่อไฟประกอบอาหาร เพราะการใช้ถ่านทำให้ประหยัดแก๊สได้เยอะเลยทีเดียวคะ
ถ่านไม้ที่คุณลุงเผาเสร็จแล้ว คุณลุงก็จะนำไปใส่ในถุงพลาสติกไว้จำหน่าย ถุงละ 40 บาท กระสอบละ 300 บาท ซึ่งอาชีพเสริมเผาถ่านขายนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการทำอาชีพเสริมสร้างรายได้ที่น่าสนใจ ยิ่งเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง การทำนาและผลผลิตของเกษตรกรก็ยิ่งย่ำแย่ลง เพราะฉะนั้น อาชีพเสริม เผาถ่านขายนี้ทำให้เกษตรกรของไทยเรามีรายได้เสริม มีเงินใช้ในครัวเรือนเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องกันต่อไปคะ
13091784_1005912576157689_581632933_o

ประโยชน์จากถ่านไม้

ผลผลิตถ่านไม้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่าที่หลายท่านเข้าใจกันเพียงแต่นำไปใช้เพื่อเป็นเชื้อเพลิงหุงต้มในครัวเรือนเท่านั้น ในประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ซึ่งมีเทคโนโลยีการผลิตถ่านไม้อย่างล้ำหน้าจะสามารถผลิตถ่านขาวหรือ White Charcoal เพื่อใช้ถ่านขาวในเชิงเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะช่น ใช้ถ่านขาวใส่ลงในกาต้มน้ำร้อนเพื่อทำน้ำแร่ เพราะถ่านชนิดนี้จะละลายแร่ธาตุต่าง ๆ ออกมาเพิ่มคุณภาพและรสชาติของน้ำร้อน ใช้ชงกาแฟหรือจะใช้ผสมเหล้าวิสกี้ก็จะได้รสชาติที่นุ่มละมุน นี่เป็นตัวอย่างการใช้ถ่านแบบพิเศษในต่างประเทศ
ส่วนในบ้านเราผลผลิตถ่านส่วนใหญ่จะเป็นถ่านดำที่ผลิตภายใต้อุณหภูมิต่ำ ซึ่งไม่เหมาะจะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง ปิ้ง ย่างอาหาร แต่ถ่านดำได้เปรียบกว่าถ่านบริสุทธิ์ตรงที่ผลิตได้จำนวนมากกว่า ซึ่งเหมาะแก่การนำไปใช้ทำเชื้อเพลิงอื่นๆ ที่ไม่เป็นการประกอบอาหารโดยตรง เช่น ใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนเชื้อเพลิงถ่านหินชนิดต่างๆ ซึ่งมักจะมีค่ามลพิษที่สูงมาก แต่อย่างไรก็ดี ถ่านดำที่ผลิตด้วยอุณหภูมิสูงที่เราเรียกว่าถ่านบริสุทธิ์นั้น หากมีปริมาณผลผลิตที่มากพอและคงที่ ก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์หลากหลายทั้งในครัวเรือนและระดับอุตสาหกรรมได้ ตามรายงานของชมรมสวนป่า ผลิตภัณฑ์และพลังงานจากไม้ มีดังนี้
13091561_1005914036157543_487877103_o
1. ใช้ประโยชน์ในด้านอุตสาหกรรม
  • ใช้ในระบบกรองและบำบัดอุตสาหกรรมน้ำดื่ม
  • ระบบผลิตน้ำประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย
  • ใช้ประโยชน์จากคาร์บอนในอุตสาหกรรมโลหะหรือใช้ขี้เถ้าเพื่อเพิ่มคุณสมบัติของปูนซีเมนต์ ให้แข็งตัวช้า และมีความแข็งแกร่งขึ้น
2. ใช้ประโยชน์ในครัวเรือน
  • ใช้เป็นเชื้อเพลิงก่อไฟเพื่อหุงต้มและประกอบอาหาร
  • ฟอกและปรับอากาศ ใต้เตียงนอน และใต้อาคารบ้านเรือน ช่วยดูดซับความชิ้นในฤดูที่มีความชื้นสูง และคลายความชิ้นในฤดูที่มีความแห้งแล้ง
  • ใส่ในถังข้าวสาร ช่วยกูดกลิ่น ความชื้น ป้องกันมอด และแมลงต่าง ๆ
  • ใส่ในตู้กระจกหรืออ่างเลี้ยงปลา ช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ เพิ่มแร่ธาตุ แคลเซี่ยม โพตัสเซี่ยม แมกเนเซี่ยม ฯลฯ ทำให้น้ำใสสะอาด ช่วยเร่งการตกตะกอนของฝุ่นละอองในน้ำ
  • นอกจากนั้นยังใช้ถ่านไม้ไผ่เป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพได้อีกมากมายหลายชนิด เช่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ถ่านเม็ดดูดสารพิษ ฯลฯ
13072256_1005914372824176_582074320_o
3. ประโยชน์ในด้านการเกษตร
  • ใช้เป็นสารปรับปรุงดิน ถ่านไม้จะมีรูพรุนมากมาย เมื่อใส่ถ่านป่นลงในดินจะช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดีขึ้น ส่งผลให้รากพืชขยายตัวอย่างรวดเร็วช่วยลดการใช้ปุ๋ยเพราะสมบัติต่างๆ ของจุลธาตุที่มีอยู่หลายชนิดในแท่งถ่าน จะเป็นประโยชน์ให้แก่พืชที่ปลูก
  • ช่วยรักษาผลผลิตให้สดนานขึ้น ผักและผลไม้จะมีกลไกผลิตก๊าชเอธิลีน (Ethyline) เพื่อทำให้ตัวเองสุก เราสามารถรักษาผลผลิตให้สดนานขึ้นโดยใส่ผงถ่านลงในกล่องบรรจุเพื่อดูดซับก๊าชดังกล่าวไว้ไม่ให้ออกฤทธิ์ผักผลไม้จะยังคงสดอยู่ได้นานถึง 17 วัน โดยไม่เสียหายหรือสุกงอม ปัจจุบันได้มีการนำผงถ่านกัมมันต์ผสมลงในกระดาษที่ใช้ทำกล่องบรรจุผลผลิตเพื่อการนี้แล้ว
  • ถ่านแกลบหรือถ่านชานอ้อย ใช้ทดแทนแกลบรองพื้นคอกสัตว์ซึ่งราคาถูกและหาง่ายพอ ๆ กัน เพื่อหลีกเลี่ยงความร้อนและก๊าซต่าง ๆ อันเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการเครียดในสัตว์ส่งผลให้สุขภาพและผลผลิตจากปศุสัตว์มีคุณภาพดีขึ้น
  • ใช้ผสมอาหารสัตว์ นำผงถ่านผสมในอาหารสัตว์ด้วยอัตราส่วนเพียง 1 % ถ่านจะช่วยดูดซับก๊าซในกระเพาะและลำไส้ ช่วยลดอาการท้องอืดเนื่งอจากปริมาณน้ำในอาหารสูงเกินได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์
  • ปรับปรุงคุณภาพแหล่งน้ำ นำถ่านไม้ใส่กระสอบ (ในปริมาณที่สอดคล้องกับประมาณแหล่งน้ำ) ไว้ที่ก้นบ่อ และจัดให้มีการไหลเวียนน้ำบริเวณกระสอบถ่านนั้น เศษอินทรีย์วัตถุต่างๆ ในน้ำจะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ ที่อยู่ในรูพรุนของถ่าน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำในบ่อเลี้ยงปลาหรือกุ้งได้

ที่มา : https://www.kaiaridee.com/%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B2%E0%B8%96%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2.html

‘เคพกูสเบอร์รี่’ พืชเสริมทางเลือกอายุสั้นราคาดี สรรพคุณเพียบ!!





โครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูก ‘เคพกูสเบอร์รี่’ ออกจำหน่าย เป็นพืชอายุสั้นและราคาดี สรรพคุณเพียบ!!
      วันที่ 9 ม.ค.61 นางสั่ว แซ่กู อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 188 หมู่ที่ 7 ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา เกษตรที่ปลูกเคพกูสเบอร์รี่ พาผู้สื่อข่าวเข้าชม แปลงปลูกเคพกูสเบอร์รี่ ที่ปลูกไว้ประมาณ 400 ต้น ซึ่งเป็นพืชผักที่เป็นลักษณะผลไม้ ของพวกเขาที่ปลูกทางโครงการหลวงปังค่าได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไว้ เพื่อจำหน่าย โดยเคพกูสเบอร์รี่ ดังกล่าว ถือเป็นพืชชนิดหนึ่งที่เป็นที่ต้องการของตลาด และจำหน่ายได้ในราคาที่สูง ประกอบเป็นพืชอายุสั้น ทำรายได้รวดเร็ว จึงเริ่มมีผู้สนใจปลูกกันเป็นจำนวนมาก
       โดยนางสั่ว เกษตรที่ปลูกเคพกูสเบอร์รี่ ระบุว่า ตนเองปลูกเคพกูสเบอร์รี่จำนวนประมาณ 400 ต้น โดยจะใช้ระยะเวลาในการปลูกประมาณ 2.5 เดือน จึงจะสามารถเก็บผลผลิตได้ ซึ่งจะจำหน่ายให้กับโครงการหลวง ซึ่งในปีนี้ผลผลิตก็ใช้ได้ โดยจะจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 80-100 บาท สำหรับไซร์ เกรด a โยในแต่ละรอบจะสามารถจำหน่ายได้ต่อรอบการผลิตก็ประมาณ 1 แสนกว่าบาท ซึ่งถือเป็นรายได้ที่ดี
       สำหรับการส่งเสริมการปลูกเคพกูสเบอร์รี่ นั้น ทางโครงการหลวงปังค่า ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา ได้ทำการเพาะเมล็ดพันธ์ และส่งให้เกษตรกร ทำการปลูก ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรที่ร่วมโครงการ และทำการปลูกประมาณ 15 ราย ประมาณรายละ 1 ไร่ ซึ่งในแต่ละต้นจะสามารถให้ผลผลิตกับเกษตรกรได้เฉลี่ย 3.5 กิโลกรัมต่อต้น และจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 80 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นพืชที่มีอายุสั้น สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่รวดเร็ว และเป็นที่ต้องการของตลาด โดยในช่วงนี้เริ่มจะมีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งตลาดยังมีความต้องการอีกมาก

ครูจันทบุรีปลูก ‘มัลเบอร์รี’ ในสวนทุเรียนโกยนับหมื่น


ครูจันทบุรีปลูก ‘มัลเบอร์รี’ ในสวนทุเรียนโกยนับหมื่น
  ครูสาวจันทบุรีน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปลูก ‘มัลเบอร์รี’ ในสวนทุเรียนสร้างรายได้ต่อเดือนนับ 1 หมื่นบาท

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปบ้านของ นางสุขฤทัย จันทร์ทรงกลด อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/1 หมู่ที่ 6 ต.ตรอกนอง อ.ขลุง จ.จันทบุรี และครอบครัว ได้มีอาชีพรับราชการครู โรงเรียนแหลมสิงห์วิทยาคม ได้นำต้นหม่อนมัลเบอร์รี มาทดลองปลูกแซมในช่องว่างระหว่างต้นทุเรียน ในสวนผลไม้ของครอบครัวในเนื้อที่ 9 ไร่ ซึ่งได้ผลสำเร็จ
  ในแต่ละวันสามารถเก็บผลมัลเบอร์รีส่งขายให้ลูกค้า ได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 30 – 40 กิโลกรัมต่อวัน จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 200 บาท โดยลูกค้าจะสั่งนำไปขายเป็นจำนวนมาก และในช่วงนี้ผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมากจึงได้คิดต่อยอดการขายโดยนำไปแปรรูปเป็นแยมมัลเบอร์รี จำหน่าย กระปุกละ 100 บาท และแปรรูปเป็นน้ำมัลเบอร์รีเข้มข้น 100% ปราศจากสารกันบูดและน้ำตาล โดยจำหน่ายในราคา ขวดละ 60 บาท
โดยโพสต์ขายผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อ “สวนหม่อนจันท์ สวนเศรษฐกิจพอเพียง” ทำให้มีผู้สนใจในสินค้า สั่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้ตนเองและครอบครัวมีรายได้ดีขึ้น และในช่วงนี้ตนเองได้ตัดกิ่งของมัลเบอรี่จำหน่ายกิ่งละ 50 บาท นับว่าเป็นอีกอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี หากท่านใดสนใจปลูกมัลเบอร์รี สามารถติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊ก ชื่อ “สวนหม่อนจันท์ เศรษฐกิจพอเพียง” ได้ตนเองยินดีสอนและแนะนำการปลูกทุกขั้นตอน